ตารางเปรียบเทียบ ข้อดี - ข้อเสีย ของคลอรีนชนิดต่างๆ
ชนิด
ข้อดี
ข้อเสีย
โซเดี่ยม ไฮโปคลอไรท์
NaOCl
- เป็นคลอรีนชนิดน้ำ ทำให้เตรียมสารละลายคลอรีน
  ได้ง่าย และสะดวก
- มีความคงตัวที่ต่ำมาก ต้องใช้ให้หมดภายใน 2 วัน
  หาก เกินแล้วความเข้มข้นของคลอรีนจะลดลง จนไม่มี
  ประสิทธิภาพที่เพียงพอต่อการฆ่าเชื้อ ทำให้ต้องมีการ
  จัดซื้อทุกๆ 2 วัน และเพื่อให้ได้คลอรีนมีคุณภาพ ควร
  จัดซื้อจากผู้ผลิต ที่อยู่ในรัศมีไม่ไกลจนเกินไป
- เนื่องจากเป็นคลอรีนน้ำ ทำให้ต้องมีการจัดหาภาชนะ
  บรรจุ โดยเฉพาะ
- เนื่องจากเป็นคลอรีนที่มี pH มากกว่า 9 ดังนั้นเพื่อให้
  ได้ผลดี ต้องปรับ pH ของน้ำให้เป็นกรดเล็กน้อย
  ก่อนใช้ ด้วยกรดเกลือ
- มีฤทธิ์กัดกร่อนสูง
แคลเซี่ยม ไฮโปคลอไรท์
Ca(OCl)2
- เป็นคลอรีนชนิดผง และเกล็ด ทำให้สะดวกในการ
  เก็บรักษา และมีความคงตัวดีทำให้จัดการง่าย และ
  สะดวกต่อการใช้
- ละลายน้ำพอใช้ได้ แต่จะมีบางส่วนเป็นตะกอน
  แคลเซี่ยม ทำให้ต้องพักทิ้งไว้ให้ตกตะกอนก่อน
  สารละลายคลอรีน ที่นำไปใช้ต้องระวังไม่ให้มีตะกอน
  เพราะจะทำให้เครื่องจ่ายคลอรีนอุดตัน และต้องเสีย
  ค่าใช้จ่ายในการกำจัด กากตะกอนที่หลงเหลือ
- การใช้ค่อนข้างยุ่งยาก และใช้เวลาในการเตรียมนาน
- มีหลากหลายความเข้มข้น ทำให้ต้องมีการคำนวน
  การใช้ ให้เหมาะสม
- มี pH มากกว่า 9 ทำให้จำเป็นต้องมีการปรับ pH ของ
  น้ำ ให้เป็นกรดเล็กน้อยก่อนด้วยกรดเกลือ
- มีฤทธิ์กัดกร่อนสูง
ก๊าซคลอรีน
Cl2 Gas
- ให้ประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อสูง
- ต้องใช้ถังบรรจุโดยเฉพาะ ทำให้ยุ่งยากในการเก็บ
  รักษา และค่อนข้างอันตราย หากมีการรั่วของถังเก็บ
- ต้องมีอุปกรณ์การจ่ายคลอรีนลงน้ำโดยเฉพาะ และ
  ต้องมีการบำรุงรักษา เป็นประจำเพื่อป้องกันการรั่ว
  ของก๊าซคลอรีน
- การหาซื้อค่อนข้างยาก
โซเดี่ยมไดคลอโร ไอโซไซยานูเรท
C3Cl2N3NaO3
- มีความเข้มข้นที่เหมาะสม และมีหลากหลายรูปแบบ
  ทั้งแบบผง ,เกล็ด และเม็ด ทำให้เลือกใช้ได้ง่าย
- ละลายน้ำได้ง่ายมาก และไม่มีกากตะกอนหลงเหลือ
  จึงตัดปัญหาเรื่องเครื่องจ่ายคลอรีนอุดตัน ทำให้ไม่
  ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่าย ในการกำจัดกากตะกอน
  ที่หลงเหลือ
- มี pH 6.4-6.8 ทำให้ออกฤทธิ์ได้ดีในน้ำทุกสภาวะ
  และออกฤทธิ์ได้ดีกว่าคลอรีนชนิด ไฮโปคลอไรท์
  2-10 เท่า อัตราการใช้จึงน้อย ประหยัด และไม่จำ
  เป็นต้องเสียค่าใช้จ่าย ในการปรับ pH ของน้ำก่อน
- การเก็บรักษา และการจัดการง่าย มีอัตราการสลาย
  ตัวต่ำมากจึงเก็บได้นาน
- ม๊ฤทธิ์กัดกร่อนน้อยมาก และมีขนาดบรรจุที่หลาก
  หลาย ทำให้มีข้อจำกัดการใช้น้อย
- มีราคาสูงกว่า คลอรีนชนิดไฮโปคลอไรท์
ไตรคลอโร ไอโซไซยานูริค แอซิด
C3Cl3N3O3
- มีประสิทธิภาพสูง เข้มข้นสูงถึง 90% จึงใช้น้อย
- ละลายน้ำได้หมดไม่มีตะกอน
- ออกฤทธิ์ได้ดีกว่า คลอรีนชนิดไฮโปคลอไรท์มาก
  กว่าถึง 8-10 เท่า
- การเก็บรักษา และการจัดการค่อนข้างง่าย
- การใช้งาน ไม่จำเป็นต้องใช้กรดเกลือปรับ pH
  ของน้ำก่อน
- ถึงละลายน้ำได้หมด แต่ละลายยากมาก ทำให้ใช้เวลา
  ในการเตรียมนาน
- มี pH ต่ำมากเพียง 2-3 เท่านั้น ทำให้ต้องระมัดระวัง
  ในการนำไปใช้สูง
- เนื่องจากละลายน้ำช้ามาก ในการใช้ ที่ไม่ต้องการให้
  มีคลอรีนหลงเหลือ หลังจากใช้แล้ว จำเป็นต้องมีการ
  ตรวจสอบคลอรีนที่หลงเหลือก่อน เพื่อความปลอดภัย
  โดยเฉพาะการใช้ ในการเลี้ยงสัตว์น้ำ
- มีราคาที่สูงกว่าคลอรีนชนิดอื่นๆ
- มีฤทธิ์กัดกร่อนสูง