www.paccothai.com             ติดต่อเรา       
     
care-soil
 
 
care_soil-text
 
ทำไมต้องพื้นบ่อดี  
 
- พื้นบ่อทำหน้าที่ดูดซับ ,รองรับสารเคมีตกค้าง และของเสียต่างๆที่เกิดขึ้น

             - ดังนั้นถ้าพื้นบ่อดี ก็จะมีปัญหาแก๊สพิษน้อย
- พื้นบ่อเป็นบ้านอาศัย ของเชื้อจุลินทรีย์ต่างๆ
             - ดังนั้นถ้าพื้นบ่อดี ก็จะพบแต่เชื้อจุลินทรีย์ชนิดดี หลากหลายชนิดและในปริมาณที่มากพอ
- พื้นบ่อเป็นตัวปลดปล่อยแร่ธาตุ สารอาหาร ( micronutrients ) ให้กับน้ำ ,กุ้ง ,สัตว์หน้าดิน ,จุลินทรีย์ และสิ่งมีชีวิตในบ่อเลี้ยง
 
ผลของการมีพื้นบ่อที่ดี  
 
- ผลที่ดีต่อ คุณภาพน้ำในบ่อเลี้ยง
            - เตรียมสีน้ำง่าย
            - สีน้ำ และ pH ระหว่างการเลี้ยงไม่แกว่ง
            - เกิดสัตว์หน้าดินได้ง่าย และอุดมสมบูรณ์
            - ไม่พบปัญหาแก๊สพิษ เช่น แอมโมเนีย ,แก๊สไข่เน่า และ ไนไตรท์ เป็นต้น

- ผลที่ดีต่อ จุลินทรีย์พื้นบ่อ
            - พบแต่จุลินทรีย์กลุ่มดี แทบไม่พบเชื้อก่อโรคเลย เป็นไปตามลักษณะ Compettitive exclusion
            - จำนวนของจุลินทรีย์กลุ่มดีที่พบมีมาก ทำให้สามารถกำจัดของเสียพื้นบ่อได้มาก และรวดเร็ว
            - ปฏิกิริยาการย่อยสลายที่เกิด เป็นแบบใช้ออกซิเจน ทำให้ผลที่ได้เป็นธาตุอาหารสำหรับแพลงค์ตอน และ สัตว์หน้าดิน ไม่ทำให้เกิดแก๊สพิษตกค้าง

- ผลที่ดีต่อ กุ้งในบ่อ
            - ลูกกุ้งมีอัตราการรอดสูง โตสม่ำเสมอไม่แตกไซด์
            - กุ้งไม่เครียด ทำให้โอกาสการเป็นโรคมีน้อย
            - กุ้งแข็งแรง ทำให้ลดปริมาณการใช้ยา และสารเคมีต่างๆ
            - กุ้งลอกคราบดี โตเร็ว สามารถจับขายได้เร็ว
 
เรื่องจริงของ การจัดการพื้นบ่อ  
 
     ในความเป็นจริงผู้เลี้ยงกุ้งส่วนใหญ่ จะให้ความใส่ใจกับน้ำที่ใช้เลี้ยง มองข้ามการปรับปรุงฟื้นฟูดูแลดินพื้นบ่อ จึงทำให้เกิดปัญหาเลี้ยงกุ้งยากขึ้น โดยเฉพาะบ่อที่เลี้ยงกุ้งมานาน โดยไม่พักหรือไถพลิกหน้าดินเลย ทำให้ดินพื้นบ่อแปรสภาพไปในลักษณะที่ไม่เหมาะสม เป็นดินพื้นบ่อที่เสื่อมโทรม
     สังเกตง่ายๆ บ่อเสื่อมโทรมจะมีลักษณะทำสีน้ำยาก ,สัตว์หน้าดินน้อย ,กุ้งติดบาง ,คุณภาพน้ำแกว่ง ,กุ้งป่วยง่าย ,ลอกคราบเติบโตผิดปกติ ,โตช้า และแตกไซด์
 
ลักษณะของพื้นบ่อที่เสื่อมโทรม  
 
- ทางกายภาพ (Physicals) :  ดินมีความแน่นทึบ ทำให้การระบายอากาศ และของเสียไม่ดี
- ทางเคมี (Chemicals) :  ดินขาดออกซิเจน มีการสะสมของของเสียพวก แอมโมเนีย ,ไนไตรท์ ,ไนเตรท ,ยาฆ่าแมลง และโลหะหนัก ที่เป็นอันตราย
- ทางจุลชีพ (Microbrials) :  มีความหลากหลายของจุลินทรีย์ลดลง มีการเพิ่มจำนวนของเชื้อก่อโรคมากขึ้น ปริมาณเชื้อที่มีประโยชน์ ลดน้อยลง

 
ภาพแสดงการเปลี่ยนแปลงของพื้นบ่อ  
     
ชั้นดินพื้นบ่อ ที่มีสภาพดี

   
         
 ชั้นของน้ำ
(จุดฟอกของเสีย) เปลี่ยนแก๊สพิษต่างๆ ให้ไม่เป็นพิษ
 ชั้นของดินที่มี ออกซิเจน (0-2 ซ.ม.)
   ชั้นของดินที่มี ออกซิเจนน้อย ,ขาดออกซิเจน
         
 
ชั้นดินพื้นบ่อ ที่เริ่มมีสภาพเสื่อมโทรม
 
 
     
 ชั้นของน้ำ
มีการใช้ออกซิเจนมากขึ้น และเริ่ม
มีการปลดปล่อยแก๊สพิษ
 ชั้นของดินที่มีออกซิเจนไม่สมบูรณ์ มีการสะสมอินทรียสารมากขึ้น
   ชั้นของดินเริ่มขาด ออกซิเจน
 
ชั้นดินพื้นบ่อ ที่เริ่มมีสภาพเสื่อมโทรมมาก
 
 
   
 ชั้นของน้ำ
ชั้นดินที่ยังพอมี ออกซิเจนอยู่บ้าง
แต่มีน้อยมาก
 
 ชั้นของดินที่มีการสะสมของเสีย มีเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรค และมีปริมาณแก๊สพิษที่เป็นอันตรายจำนวนมาก
 
 
 
ดินพื้นบ่อคุณเป็นแบบไหน  
   
ข้อสังเกต ดินพื้นบ่อดี ดินพื้นบ่อเสื่อมโทรม
1. โครงสร้างเนื้อดิน - ดินโปร่ง อากาศผ่านได้ไม่น้อยกว่า 25%
- ชั้นของดินดี หนาไม่ต่ำกว่า 2 นิ้ว ไม่มีกลิ่นไข่เน่าหรือแอมโมเนีย
- ดินแข็งแน่นทึบ อากาศผ่านได้น้อยมาก
- ชั้นดินดีมีน้อย ชั้นใต้ผิวหน้าดินมีสีดำ มีกลิ่นแอมโมเนียหรือไข่เน่า
2. จุลินทรีย์ในดิน - จุลินทรีย์กลุ่มดีมีมาก มีปริมาณเชื้อก่อโรคน้อย - จุลินทรีย์กลุ่มดีมีน้อย มีปริมาณเชื้อก่อโรคมาก
3. การสะสมของเสีย - พบของเสียน้อย มีจุลินทรีย์ช่วยย่อยสลายมาก และการย่อยสลาย
  สมบูรณ์ เพราะมีออกซิเจนเพียงพอ
- สิ่งที่ได้จากการย่อยเป็นปุ๋ย แก่สิ่งมีชีวิต
- พบของเสียมาก มีจุลินทรีย์ช่วยย่อยสลายน้อย และการย่อยสลาย
  ไม่สมบูรณ์ เพราะขาดออกซิเจน
- สิ่งที่ได้จากการย่อย เป็นแอมโมเนีย และแก๊สพิษ
4. ปริมาณแร่ธาตุ - อุดมสมบูรณ์ดี ทำให้เตรียมสีน้ำง่าย ลงกุ้งได้เร็ว
- ระหว่างเลี้ยงสีน้ำนิ่ง ไม่มีปัญหาสีน้ำเข้มจัด
- ลูกกุ้งติดแน่น โตดี ลอกคราบดี สุขภาพสมบูรณ์
- ไม่สมบูรณ์ ทำให้เตรียมสีน้ำยาก ลงกุ้งได้ช้า
- ระหว่างเลี้ยงสีน้ำแกว่ง มีปัญหาสีน้ำล้ม ,เข้มจัด
- ลูกกุ้งติดบาง โตช้า ลอกคราบนิ่ม แตกไซด์
5. ความสามารถดูดซับ ของเสีย
    ของพื้นบ่อ
- เก็บกักได้เต็มที่ ไม่พบปัญหาพื้นบ่อเน่าเสียระหว่างการเลี้ยง - เก็บกักได้น้อยมาก เพราะมีของเสียสะสมอยู่แล้ว มีปัญหาพื้นบ่อ
  เน่าเสียเร็ว
6. การเกิดโรค - มีความเสี่ยงต่ำเพราะพื้นบ่อสะอาด มีเชื้อก่อโรคน้อย - มีความเสี่ยงสูงเพราะพื้นบ่อสกปรก มีเชื้อก่อโรคมาก
 
 
แคร์-ซอยล์ คืออะไร  
 
       สารธรรมชาติที่มีคุณสมบัติเร่งการปรับปรุงฟื้นฟูความอุดมของดินพื้นบ่อ ชนิดน้ำ สามารถแทรกซึมเข้าทำงาน ได้ล้ำลึกกว่า ชนิดผงทั่วไป แคร์-ซอยล์ มีความเข้มข้นสูงใช้น้อย
ประหยัดต้นทุน
 
องค์ประกอบของ แคร์-ซอยล์  
   
 
ลีโอนาไดท์ ฮิวมิก แอซิด  
 
   - เป็นฮิวมิก แอซิด ที่มีขนาดโมเลกุลเล็ก ( C : N = 13 : 1 ) และมีความสามารถในการแลกเปลี่ยนประจุในดินสูง ( electron exchange )
   - สามารถแทรกซึมเข้าสู่อนุภาคเม็ดดิน ที่มีปัญหาได้อย่างทั่วถึง ทำให้ สามารถปรับโครงสร้างดินแน่นทึบ ให้มีความโปร่งซุยมีอากาศถ่ายเทดี
   - ทำลายประจุสารพิษ สารเคมีตกค้าง เช่น ยากำจัดพาหะ , สารเคมีที่ใช้ ระหว่างเลี้ยง
   - ทำลายแก๊สพิษตกค้างในดินให้อยู่ในรูปไม่เป็นพิษ

             
                      รูปโครงสร้าง : Leonardite ore saturated with potassium
 
   
 
พีจี สติมูแลนท์ ( PG Stimulant )  
 
    - เป็นสารธรรมชาติที่มีคุณสมบัติเพิ่มประสิทธิภาพ และกระตุ้นการทำ งานของจุลชีพในดิน
    - ทำให้จุลินทรีย์ในดินพื้นบ่อสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วทันที ( เปรียบเสมือน เราใช้ถ่านไฟชนิด Long life ซึ่งมีกำลังแรงกว่า ทำงานได้ยาวนานกว่า )
    - ทำให้ของเสียตกค้างถูกเปลี่ยนเป็นธาตุอาหารได้เร็วยิ่งขึ้น
 
ธาตุอาหาร  
 
    - ประกอบด้วย แร่ธาตุหลัก ( Miner Elements ) ได้แก่ แคลเซี่ยม ฟอสฟอรัส โปแตสเซี่ยม แมกนีเซี่ยม และกำมะถัน
    - แร่ธาตุรอง ( Trace Elements ) ได้แก่ เหล็ก สังกะสี แมงกานีส คอปเปอร์ ไอโอดีน โคบอลท์ ฯ
    - เป็นแหล่งอาหารโมเลกุลเล็กๆ ที่จุลชีพในดิน ( จุลินทรีย์ และ สัตว์หน้าดิน เป็นต้น ) สามารถนำไปใช้ได้ทันที
    - เป็นแหล่งแร่ธาตุให้แก่ แพลงค์ตอน และกุ้งในบ่อ
 
การทำงานของ แคร์-ซอยล์  
   
         แคร์-ซอยล์ แก้ไขดินที่มีโครงสร้างแน่นทึบ โดยเข้าจัดระบบ 
  การเรียงตัวของประจุไฟฟ้าในดินทึบ ทำให้เกิดการผลักตัวของประจุ
  ชนิดเดียวกันในดิน ทำให้เม็ดดินแยกตัวมีความโปร่งซุย
 
บ่อแบบไหนถึงต้องใช้ แคร์-ซอยล์  
 
    - บ่อที่ใช้งานมานานโดยไม่มีการฟื้นฟูดิน
    - บ่อที่ใช้สารเคมี และสารกำจัดพาหะเป็นระยะเวลานานติดต่อกัน
    - บ่อที่มีปัญหาทำสีน้ำยาก สีน้ำแกว่ง หรือเกิด Red Tide บ่อยๆ
    - บ่อที่เกิดก๊าซพิษเร็ว ทั้งๆที่การจัดการอาหารดี
    - กุ้งเป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียบ่อยๆ เช่น แบคทีเรียเข้าตับ ขี้ขาวเนื่องจากเชื้อแบคทีเรีย
 
ควรใช้ แคร์-ซอยล์ ตอนไหนดี  
 
    - ปรับปรุงเลนหลังจากจับกุ้งแล้ว
    - ปรับปรุงดินพื้นบ่อก่อนเตรียมน้ำ
    - ควบคุมคุณภาพน้ำ พี.เอช. สีน้ำให้คงที่ในช่วงระหว่างเลี้ยงตลอด Crop การเลี้ยงๆ โดยใช้ทุกๆ 10-15 วัน
  
   

     - เตรียมบ่อ  ใช้ 1-2 ลิตร ต่อ พื้นที่บ่อขนาด 1 ไร่
     - ระหว่างเลี้ยง  เพื่อคุม pH ให้นิ่ง ใช้ 0.5 ลิตร / ไร่ ทุก 10-15 วัน
     - แก้สีน้ำล้ม  ใช้ 0.5 ลิตร / ไร่ / น้ำลึก 1 เมตร
 
 

     1. หลังจับกุ้งแล้ว ควรกำจัดฃองเสียตกค้างในบ่อ ออกให้ได้มากที่สุด โดยการดันเลนออก หรือบำบัดเลนด้วย แคร์-ซอยล์ 0.5-1 ลิตร + ไบโอกรีน 0.5-1 ลิตร
         ต่อพื้นที่บ่อ 1 ไร่ (ใช้ในขณะที่พื้นบ่อยังมีความชื้นอยู่) หมักทิ้งไว้ 2-3 วัน เพื่อให้เกิดการย่อยสลายของเสียในดิน ได้ดียิ่งขึ้น
    2. ตากบ่อให้แห้ง
    3. ไถพลิกดินชั้นล่างขึ้นมาิอยู่ด้านบน
    4. ตรวจวัด pH ของดิน เพื่อหาปริมาณการใช้ปูนที่เหมาะสม ทำการปรับ pH ของดินให้อยู่ในช่วง 6.5-7
    5. ทำการไถพรวนกลบวัสดุปูน และบดอัดพื้น เพื่อปรับโครงสร้างของดิน และระบายของเสียต่างๆออก ให้ได้มากที่สุด
    6. ใส่ แคร์-ซอยล์ 1-2 ลิตร / บ่อ 1 ไร่ นำมาเจือจางด้วยน้ำสะอาด 20-30 เท่า หรือมากกว่า ให้เพียงพอต่อการสาดให้ทั่วพื้นบ่อ จากนั้นดันน้ำเข่าบ่อสูงประมาณ
        5-10 ซม. พักทิ้งไว้ 3-4 วัน จากนั้นจึงทำการเตรียมน้ำตามขั้นตอนปกติ
 
ไขข้อข้องใจ  
          แคร์-ซอยล์ ดีกว่าสารปรับสภาพดินชนิดอื่นๆอย่างไร?
        ตอบ    - แคร์-ซอยล์ ช่วยท่านประหยัดต้นทุน ใช้น้อย 1-2 ลิตร / ไร่  ( ไม่เกิน 110 - 220 บาท / ไร่ ณ. ราคา 550 บาท ต่อ 5 ลิตร )
                   - แคร์-ซอยล์ มีโมเลกุลเล็กกว่าฮิวมิก รูปผงชนิดต่างๆ จึงแตกตัวทำงานได้ทันที
                   - แคร์-ซอยล์ อยู่ในรูปโซลูชั่น จึงแทรกซึมสู่เม็ดดินได้ลึก มากกว่าชนิดผง
                   - แคร์ ซอยล์ ไม่มีกากเศษอินทรียวัตถุอื่นเจือปน เหมือนสารปรับสภาพดินชนิดผง
        ฮิวมิก คืออะไร
        ตอบ     คืออินทรียวัตถุที่ทับถมเป็นเวลานาน ทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์ (ถ้าอายุน้อยๆ ก็คือกลุ่มปุ๋ยอินทรีย์นั่นเอง)
                        ฮิกมิกแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ ตามอายุการทับถมจากน้อยไปหามาก ดังนี้
                            ฟลูวิก แอซิด (Fulvic acid)      ฮิวมิก แอซิด ( Humic acid )       ฮิวมิน ( Humin )
 

หน้าแรก  |  ผลิตภัณฑ์ เกี่ยวกับแพคโก  |  สาระความรู้ ติดต่อเรา

Copyright © 2008  Planet Aquatic Chemical Co.;LTD.